จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
ที่ปรึกษาคณะกรรมการสาขาเครื่องกล วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
Head of Property and Asset Management, JLL Thailand
30 March 2025

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงลิฟต์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอาคารสูง การตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัยของลิฟต์หลังเกิดแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและความต่อเนื่องในการใช้งาน ประเทศที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และชิลี ได้พัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อรับมือกับปัญหานี้ บทความนี้จะอธิบายกระบวนการตรวจสอบและมาตรการที่ช่วยให้ลิฟต์กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยหลังเกิดแผ่นดินไหว
กระบวนการตรวจสอบลิฟต์หลังเกิดแผ่นดินไหว
หลังเกิดแผ่นดินไหว ลิฟต์ควร หยุดใช้งานทันที จนกว่าการตรวจสอบจะยืนยันว่าปลอดภัย โดยกระบวนการตรวจสอบแบ่งออกเป็น 2 ระดับ
1. การตรวจสอบเบื้องต้น (ภายใน 24 ชั่วโมงแรก)
ดำเนินการโดยทีมซ่อมบำรุงอาคารและช่างเทคนิคลิฟต์ เพื่อตรวจสอบจุดสำคัญ ได้แก่:
ตรวจสอบว่า ระบบเบรกฉุกเฉินทำงานปกติ
ตรวจเช็กว่า ประตูอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและสามารถเปิด-ปิดได้อย่างปลอดภัย
ตรวจสอบ ความเสียหายที่มองเห็นได้ ต่อโครงสร้างลิฟต์ รางนำทาง ตุ้มน้ำหนัก และสายเคเบิล
ทดสอบ ระบบสื่อสารฉุกเฉิน เช่น อินเตอร์คอม สัญญาณเตือนภัย และปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน
ตรวจดูว่ามีน้ำรั่วไหลเข้ามาในช่องลิฟต์หรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้อง
ตัวอย่าง: หลังเหตุแผ่นดินไหวที่ไต้หวันในปี 1999 เจ้าของอาคารต้องดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นเหล่านี้ก่อนที่ช่างเทคนิคจะสามารถเข้ามาทำการตรวจสอบเชิงลึกได้
2. การตรวจสอบเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ
ผู้ตรวจสอบลิฟต์จะทำการตรวจสอบโดยละเอียด ซึ่งรวมถึง:
โครงสร้างและช่องลิฟต์: ตรวจสอบว่าช่องลิฟต์ไม่เสียหายหรือบิดเบี้ยว
รางนำทางและตุ้มน้ำหนัก: ตรวจสอบว่ามีรอยแตกหรือการเคลื่อนที่ผิดปกติหรือไม่
สายเคเบิลและรอก: ตรวจสอบแรงตึงของสายเคเบิลว่าหลุดหรือขาดหรือไม่
มอเตอร์และระบบควบคุม: ทดสอบระบบไฟฟ้า เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์ควบคุมลิฟต์
ระบบล็อกฉุกเฉิน: ตรวจสอบว่าลิฟต์สามารถหยุดที่ชั้นที่ใกล้ที่สุดตามที่ออกแบบไว้
ระบบไฮดรอลิก (สำหรับลิฟต์ไฮดรอลิก): ตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำมันและความดันที่ผิดปกติ
ตัวอย่าง: หลังแผ่นดินไหวที่เม็กซิโกซิตี้ในปี 2017 รัฐบาลกำหนดให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดและต้องได้รับใบรับรองความปลอดภัยก่อนที่ลิฟต์ในอาคารสาธารณะจะกลับมาใช้งานได้
ข้อกำหนดของภาครัฐก่อนเปิดใช้งานลิฟต์อีกครั้ง
ใน แคลิฟอร์เนีย อาคารขนาดใหญ่ต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนเปิดใช้งานลิฟต์
ใน ญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ภาครัฐต้องอนุมัติให้ใช้งานลิฟต์ในอาคารสูงหลังการตรวจสอบ
หลายประเทศกำหนดให้มี การทดสอบเดินเครื่องลิฟต์โดยไม่มีผู้โดยสาร ก่อนเปิดให้ใช้งาน
การสื่อสารและสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
นอกจากการตรวจสอบทางเทคนิคแล้ว การสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยใช้วิธีการดังนี้:
ติดป้ายแจ้งสถานะความปลอดภัยของลิฟต์
"ลิฟต์พร้อมใช้งาน" เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
ใช้ระบบ ป้ายสี คล้ายกับการตรวจสอบอาคาร:
สีเขียว – ปลอดภัย ใช้งานได้ตามปกติ
สีเหลือง – ใช้ได้บางส่วน หรืออยู่ระหว่างเฝ้าระวัง
สีแดง – อันตราย ห้ามใช้งาน
ประกาศสถานะผ่านสื่อออนไลน์
อัพเดตผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐ แอปพลิเคชันบริหารอาคาร และข้อความแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ
ซ้อมแผนฉุกเฉิน
ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานอาคารให้สามารถช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในลิฟต์
ตัวอย่าง: ในโตเกียว อาคารสำนักงานขนาดใหญ่จะมี การซ้อมแผนฉุกเฉินสำหรับลิฟต์ หลังเกิดแผ่นดินไหว เพื่อให้พนักงานสามารถจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางระยะยาว: การพัฒนาเทคโนโลยีลิฟต์ต้านแผ่นดินไหว
หลายประเทศกำลังพัฒนาเทคโนโลยีลิฟต์ที่ทนทานต่อแผ่นดินไหว เช่น:
รางนำทางแบบกันแรงสั่นสะเทือน ลดการเคลื่อนตัวของลิฟต์
ระบบจอดฉุกเฉินอัตโนมัติ ให้ลิฟต์หยุดที่ชั้นที่ใกล้ที่สุดโดยอัตโนมัติ
ระบบ AI ตรวจจับความเสียหายล่วงหน้า และแจ้งเตือนให้ซ่อมบำรุงก่อนเกิดปัญหา
แบตเตอรี่สำรองพลังงาน ป้องกันการติดอยู่ในลิฟต์หากไฟฟ้าดับ
ตัวอย่าง: ในญี่ปุ่น อาคารสูงทุกแห่งต้องติดตั้งลิฟต์ที่สามารถจอดฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารติดอยู่ในลิฟต์
สรุป: การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน
การตรวจสอบที่เข้มงวด การสื่อสารที่ชัดเจน และ เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ลิฟต์กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยหลังเกิดแผ่นดินไหว การดำเนินมาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปกป้องชีวิตประชาชน แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Acknowledgement:
"This article was generated with the assistance of ChatGPT, an AI language model, and subsequently reviewed and edited by the author."
Comments